คลังเก็บป้ายกำกับ: สมุนไพรและตำรับยาไทย

บานไม่รู้โรย…ดอกไม้แห่งความรักที่มิวันเลือนลาง

ดอกไม้ที่ช่วยรักษาโรคปัสสาวะพิการ

บานไม่รู้โรยเป็นไม้มงคลนาม ที่ช่วยเสริมดวงในเรื่องของความรักความผูกพัน  เป็นความรักที่มั่นคงยั่งยืนและไม่มีวันโรยรา

แม้จะเป็นดอกไม้ที่ไร้กลิ่นหอม   แต่สีสันที่เข้มจัด ทั้งสีม่วง หรือ แดง  รวมทั้งสีขาวสามารถคงสภาพได้นานหลายวันทีเดียว   ดอก“บานไม่รู้โรย” จึงเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาร้อยพวงมาลัย  ทำพานพุ่มบายศรี   พานไหว้ครู   เป็นดอกไม้ที่ปลูกง่ายเลี้ยงง่าย ทนกับทุกสภาพดินฟ้าอากาศ  

บานไม่รู้โรยอาจจะเป็นดอกไม้แห่งความรักที่คนมักไม่ค่อยจะนึกถึง แต่สรรพคุณทางยานั้นอภิมหาล้นพ้น…ซึ่งในตำรับยาโบราณก็ได้กล่าวไว้และนำไปใช้รักษาได้จริง 

น้อยคนนักที่จะทราบว่าดอกบานไม่รู้โรยนำมาทานได้เสมือนผักชนิดหนึ่ง แต่แพทย์แผนไทยนำมาปรุงเป็นยา ดอกใช้เป็นยาบำรุงตับ   หากนำดอก 10 กรัมนำมาต้มกับน้ำรับประทานบ่อย ๆ ช่วยแก้ปัสสาวะขัด ปัสสาวะกะปริดกะปรอย  หรือถ้านำทั้งต้นและรากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ ขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ   ตามตำรับยาการแพทย์ไทยเดิม (แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับอนุรักษ์ เล่มที่ 1) ระบุไว้ในตำรับยาฝีสุทธวาต  ประกอบไปด้วย เบญจชุมเห็ดเทศ เบญจเหล็ก เบญจบานไม่รู้โรย  เบญจคัดเค้า รากลำเจียก  รากหญ้าคา  เถาวัลย์เปรียง  ข้าวเย็นทั้งสอง แก่นแสมทั้งสอง ในอัตราส่วนเสมอภาค ซึ่งตามสรรพคุณเภสัชระบุไว้ชัดเจนว่า บานไม่รู้โรยแดงกับบานไม่รู้โรยขาว นั้นรสขื่นเอียน มีสรรพคุณแก้กระษัย  แก้ปัสสาวะพิการ  ขับระดูขาว  แก้กามโรค  แก้หนองใน 

# คลินิกชีวาพลัส 

โอ้ว่าดอกลั่นทม ..หาได้ทำให้ใครระทมไม่

หากใครมีปัญหาโรคไอ..และเสมหะ ลั่นทมช่วยได้

ตามถนนข้างทางในต่างจังหวัด หรือ ในกรุงเทพฯ บางแห่ง หากมองไปจะเห็นต้นลั่นทม หรือ ชื่อใหม่ คือ ลีลาวดี เพราะมิต้องการให้เกิดความระทมตามชื่อ   ผู้เขียนชอบทั้ง 2 แบบ แต่คุ้นเคยกับชื่อเดิมมากกว่า เนื่องจากคลุกคลีอยู่กับพืชสมุนไพร  และจำเป็นต้องใช้ดอกไม้ที่มีสีสวยและกลิ่นหอมรัญจวนเป็นส่วนประกอบในตำรับยา    ผู้เขียนควานหาดอกลั่นทมในเมืองหลวงมาพอสมควร  แม้จะพบบ้างในบางจุด แต่ก็ไม่สามารถที่จะเก็บได้   ท้ายที่สุดก็มีเพื่อนอาสาเก็บดอกลั่นทมตากแห้งส่งมาให้จากภาคอีสานเลยทีเดียว

ดอกลั่นทมหรือลีลาวดี ตามสรรพคุณเภสัช มีรสขม โดยมากใช้แก่น  ถ่ายเสมหะ ถ่ายโลหิต  ถ่ายพิษทั้งปวง  ถ่ายพิษกามโรค  แต่ถ้าหากนำไปรักษาผู้ป่วยที่ไอหรือมีเสมหะเรื้อรัง ต้องใช้ดอกเท่านั้น  ตามตำรับยาการแพทย์ไทยเดิม (แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับอนุรักษ์ เล่มที่ 1) ระบุไว้ในตำรับยาฝีปลวก ประกอบด้วยตัวยา  รากตะโกนา, รากเป้ง, กำแพงเจ็ดชั้น, ดอกลั่นทม, รากกระทุงลาย, รากคัดเค้า  สิ่งละ2บาท , ขิงแห้ง , ดีปลี, เจตมูลเพลิงแดง, เปลือกหอยแครง, เบญจเหล็ก, เบญจชุมเห็ดเทศ, รากกำจาย สิ่งละ1ตำลึง, ข้าวเย็นเหนือ 5ตำลึง   ใช้ได้ผลมากกับคนที่ไอเรื้อรัง   แต่พึงระวังกับคนที่แพ้อาหารทะเลเพราะมีส่วนผสมของหอยแครง 

ความสวยงามมิได้มีอันตรายเสมอไป หากเรารู้คุณค่าก็จะได้สิ่งที่มีค่ายิ่งกว่ากลับคืนมา….เฉกเช่น ความสวยงามของลั่นทม ที่แม้แต่แห้งเฉาก็ยังเป็นสมุนไพรในตำรับยาดีอันทรงคุณค่าของคนไทย

#คลินิกชีวาพลัส