คลังเก็บป้ายกำกับ: ครั่งคราม

เสน่ห์ผ้าไหม-ฝ้ายสีธรรมชาติแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ของกลุ่มพรรณไม้

ผ้าสไบขิตสีธรรมชาติ

เมื่อพูดถึงทุ่งกุลาร้องไห้ ภาพแห่งความแห้งแล้งคงผุดขึ้นมาทันที นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ทุ่งกุลาร้องไห้ได้รับการพัฒนาจนมีพื้นที่สีเขียวของต้นข้าวหอมมะลิพันธุ์ดีที่สุดในโลก ยามฤดูเกี่ยวข้าวแลเห็นเป็นทุ่งรวงทอง เต็มอาณาเขตกว้างขวางครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ มหาสารคาม ยโสธร สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ 3 อำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ด

สร้างสรรค์งานศิลป์ ด้วยสีธรรมชาติ

สไบขิตเต็มผืน

การเดินทางในครั้งนี้เป็นการติดตามเพื่อนเข้าไปในหมู่บ้านฮ่องแฮ่ อ.ปทุมรัตต์ จ. ร้อยเอ็ด จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง หรือประมาณ 425 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ของกลุ่มแม่บ้านทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ ที่ชื่อ “ กลุ่มพรรณไม้ ” พาเข้า 2 หมู่บ้านซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน ช่วงบ่ายแก่ ๆ ยังไม่สายเกินไปที่จะย้อมสีธรรมชาติเพราะโดยปกติแล้วชาวบ้านจะย้อมเส้นไหมในช่วงเช้า หมู่บ้านที่เข้าไปเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่มีกิจกรรมของชุมชนและกลุ่มแม่บ้านจนได้รับรางวัลการพัฒนาหมู่บ้านดีเด่น และที่แน่นอนก็เป็นกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติติดอันดับโอทอปของทางจังหวัดด้วย วันนั้นกลุ่มแม่บ้านสาธิตการย้อมสีธรรมชาติ 2 สี คือ สีแดง จากครั่ง และสีน้ำเงินม่วงจากดอกอัญชัน เป็นสีที่ได้จากธรรมชาติจริง ๆ เมื่อแรกจุ่มเส้นไหมลงไปในน้ำอัญชัน จะเห็นเป็นสีน้ำเงิน ต่อมาเมื่อแม่บ้านเติมน้ำมะขามลงไป สีน้ำเงินพลันกลายเป็นสีม่วง ส่วนสีแดงจากครั่งนั้นก็เป็นสีอมตะและสุดแสนจะคลาสสิก แบบที่ว่าไม่ต้องย้อมซ้ำก็สวยแบบไร้ที่ติ คือ ไม่ใช่แดงแปร็ดที่ควบคุมได้แบบสีเคมี แต่เป็นสีแดงที่ผ่านการทดลองนับร้อยนับพันครั้งของประสบการณ์แม่บ้าน เมื่ออยากได้แดงเข้ม อ่อน ก็ควบคุมด้วยน้ำรสเปรี้ยวจากใบมะขาม ส้มป่อย หรือ มะขามเปียกที่หาได้ในครัว สีที่ได้จากครั่งจึงสามารถออกแบบได้จากสีชมพูอ่อนจนกระทั่งถึงแดงเข้มด้วยฝีมือของผู้ย้อม

คุณค่าทางยา และปลอดภัยต่อสุขภาพ

เส้นไหมสีแดงย้อมจากครั่ง

สีแดงธรรมชาติที่ใช้ในการย้อมผ้า ถ้าไม่ได้ย้อมจากแก่นฝาง ก็จะย้อมจากครั่ง ซึ่งเป็นรังของตัวแมลงตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากเปลือกต้นไม้ เช่น พุทรา ทองกวาว สะแก ก้ามปู หรือ จามจุรี ฉำฉา ก็เป็นต้นเดียวกัน เมื่อเอ่ยถึงครั่งทำให้นึกถึงการผนึกพัสดุของไปรษณีย์สมัยก่อนที่ต้องใช้ครั่งหยดลงบนเชือกพัสดุ แต่ครั่งก็มีสรรพคุณทางยา ตามตำรากล่าวว่า ครั่งดิบเป็นยาแก้ท้องร่วง ท้องเสีย บิด หากเป็นครั่งจากต้นก้ามปูจะมีรสฝาดแก้ไอ แก้ข้อหักซ้น ส่วนครั่งทั่วไปก็มีรสฝาดเช่นกันที่ช่วยบำรุงโลหิต ห้ามเสมหะ แก้ท้องร่วง ท้องเสีย


ส่วนอัญชันในหมู่บ้านนี้จะเป็นอัญชันดอกซ้อนสีม่วง ซึ่ง อัญชัน มี 2 ชนิด คือ ดอกชั้นเดียว กับดอกซ้อน ที่มีสีขาวกับสีม่วง แม่บ้านต้องใช้ดอกอัญชันในปริมาณที่มากพอสมควร คือ ใช้ 2 เท่าของน้ำหนักเส้นไหม และต้องย้อม 2-3 ครั้งต่อวัน เพื่อให้ได้สีเข้มตามต้องการ แม้อัญชันจะให้สีโทนน้ำเงินม่วงและเป็นสีโปรดปรานของลูกค้า แต่ก็ต้องเก็บดอกอัญชันในปริมาณมาก ทำให้บางครั้งก็ผลิดอกไม่ทันเก็บ กลุ่มแม่บ้านต้องเก็บตากแห้งไว้เป็นถุงปุ๋ยทีเดียว สีสันสวยงามจากธรรมชาติจึงเป็นสีของความเป็นหนึ่งเดียว หรือ ผืนเดียวในโลก ประเภทที่อาจเรียกได้ว่า one piece in the world เพราะเมื่อย้อมครั้งต่อไป ก็มิอาจบอกได้ว่าจะได้สีแบบเดิม แม่บ้านจะบอกว่า นี่คือสีที่ใกล้เคียงที่สุด แม้จะเราจะทราบกันดีว่า อัญชันนำมาผสมเป็นสีทำอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ทางอีสานนิยมนึ่งกินกับข้าว บ้างก็นำดอกสด ๆ มากินกับน้ำพริก หรือ แจ่ว อร่อยมาก นับว่าได้ทั้งคุณค่าทางอาหารและยังเป็นยา เพราะดอกอัญชันจะช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงสายตา เมล็ดของอัญชัน รสมัน จะช่วยระบายท้อง ส่วนราก มักใช้ชนิดดอกสีขาว รสขมเย็น บำรุงตา ทำให้ตาสว่าง ฝนกับน้ำฝนใช้หยอดตา แก้ตาเจ็บตาฟาง ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ รากเมื่อขยี้กลางใจมือ จะรู้สึกเสียวถึงฟัน และใช้รากถูฟันจะทำให้ฟันทน และแก้ปวดฟันได้ดีทีเดียว ถ้าไม่เชื่อก็ต้องลองพิสูจน์ดูนะคะ

สีน้ำเงินจากคราม


นุ่งผ้าไหมสบายตัว และกันยุง

กลุ่มแม่บ้านเล่าว่า ลูกค้าชาวญี่ปุ่นและยุโรป ชอบสีน้ำเงินกันมาก โดยเฉพาะสีครามที่ได้จากการหมักต้นคราม เป็นการย้อมเย็น ทว่า… ปัจจุบันหาคนทำครามได้ยากแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ย้อมครามได้ก็ล้มหายตายจาก ผู้ที่สืบทอดก็น้อยลงไป และก็ไม่ย้อมครามกันเลย มีบางพื้นที่หรือบางจังหวัดทางภาคอีสานที่ยังย้อมครามอยู่ เช่น จังหวัดสกลนคร สีครามเป็นสีธรรมชาติที่ต้องใช้เวลาและย้อมยากที่สุด แต่ชาวญี่ปุ่นชอบมาก ๆ บางคนบอกว่า ใช้เสื้อผ้าหรือใช้ผ้าพันคอสีครามธรรมชาติ จะกันยุงได้ ก่อนกลับออกจากหมู่บ้าน ได้ไปดูการเลี้ยงไหม และทอผ้าที่อยู่หมู่บ้านใกล้กัน คือ บ้านขามป้อม สมาชิกกลุ่มบางคนเลี้ยงไหมไว้สาวเส้นใย และนำมาทอผ้า ตัวไหมที่ผ่านการต้มก็นำมากินได้เป็นโปรตีนอย่างดี สำหรับใบหม่อนที่เลี้ยงหนอนไหมก็เป็นทั้งอาหารไหม และ อาหารของคน ต้มดื่มแก้ร้อนในกระหายน้ำ มีงานวิจัยบอกอีกว่าใบหม่อนช่วยลดความดัน ลดน้ำตาลในเลือด ผลหม่อนก็ทำให้ชุ่มคอ บำรุงไต ดับร้อน และ ดีต่อระบบสายตา อย่างนี้เราสวมผ้าไหมจะทำให้ความดันลดลง หรือ สายตาดีขึ้นหรือเปล่าเนี่ย …. แต่คงไม่ใช่หรอก เพราะเท่าที่ทราบการสวมผ้าไหม ( แท้ ) จะช่วยดูดความชื้น และช่วยป้องกันรังสีจากแสงแดดได้อีกด้วย

ฝนฟ้าเริ่มส่งเสียงร้อง ลมพัดจนฝุ่นฟุ้งกระจาย ระหว่างการเดินทางกลับฝนตกลงมาพอดิบพอดี เพื่อนร่วมทางบอกว่า อาจเป็นเพราะมีบางหมู่บ้านได้จุดบั้งไฟขอฝน เทวดาเลยบันดาลให้ในบัดเดี๋ยวนั้น ….. ประชาชนอย่างพวกเราก็เลยรับอานิสงค์ชุ่มฉ่ำทั้งกายและใจ